Skip to content
0 7567 3563
rrexpo.wu@gmail.com
มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2566
หน้าแรก
ความเป็นมา
นิทรรศการ
ประชุมเสวนา
วิทยากร
ผู้สนับสนุนและเครือข่าย
กำหนดการ
ติดต่อเรา
เอกสาร
หน้าแรก
ความเป็นมา
นิทรรศการ
ประชุมเสวนา
วิทยากร
ผู้สนับสนุนและเครือข่าย
กำหนดการ
ติดต่อเรา
เอกสาร
กิจกรรม ณ เวที Highlight stage
วันที่ 28 มิถุนายน 2566
08.00 - 12.00 น.
พิธีเปิด ณ หอประชุมใหญ่ อาคารไทยบุรี
13.00 – 14.30 น.
กิจกรรมการเสวนา หัวข้อ เทคโนโลยีไมโครเวฟเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
โดย
รศ.ดร.หมุดตอเล็บ หนิสอ
หัวหน้าศูนย์ความเลิศทางด้านวัสดุฟังก์ชันและนาโนเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
14.30 - 16.30 น.
กิจกรรมการเสวนา หัวข้อ กระบวนการยื่นขอรับรองเครื่องหมายฮาลาล
โดย
คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
วันที่ 29 มิถุนายน 2566
09.30 - 11.30 น.
กิจกรรมการเสวนา หัวข้อ เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคใต้ วช.
โดย
รศ.ดร.ก้าน จันทร์พรหมมา ประธานเครือข่ายวิจัยภูมิภาค ภาคใต้ วช.
     ✦ ศูนย์วิจัยชุมชนตำบลชะแล้ ชันโรง (อุง) สร้างอาหารปลอดภัย ต.ชะแล้ อ.สิงหนคร จ.สงขลา โดย ผศ.ดร.นูกุล ชิ้นฟัก คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
     ✦ ผศ.ดร.วรลักษณ์ ลลิตศศิวิมล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
     ✦ ศูนย์วิจัยชุมชนปลากดหัวโม่ง มหาวิทยาลัยทักษิณ โดย ผศ.ดร.สุภฎา คีรีรัฐนิคม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
     ✦ ศูนย์วิจัยชุมชนสาหร่ายพวงองุ่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง โดย รศ.ดร.ชุตินุช สุจริต รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี สถาบันวิจัยและพัฒนา ผศ.มาโนช ขำเจริญ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง
     ✦ ศูนย์วิจัยชุมชนสวนสมรมตามรอยพ่อ บ้านเขาวัง ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช โดย นางสาวรัชฎา คชแสงสันต์ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
13.30 - 14.30 น.
กิจกรรมบรรยาย เรื่อง ARSA Framework in Metaverse : Robot and AI.
โดย
รศ.ดร.อาษา ตั้งจิตสมคิด
ประธานกรรมการ บริษัท อาษา โปรดักชั่น จำกัด
14.30 – 15.30 น.
กิจกรรมการเสวนา หัวข้อ การบริหารจัดการงานวิจัยเชิงพื้นที่ในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
โดย
ผศ.ดร.สมรักษ์ รอดเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา
        ผศ.ดร.จุฑามาศ ศุภพันธ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา
        และ ผศ.ดร.จุรีภรณ์ นวนมุสิก
วันที่ 30 มิถุนายน 2566
10.00 - 10.45 น.
กิจกรรมการเสวนา หัวข้อ ธนาคารปูม้า คืนปูม้าสู่ทะเลไทย
โดย
ผศ.ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี
ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
11.30 - 13.30 น.
พิธีปิดงานมหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 ครั้งที่ 12 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
     ✦ มอบโล่รางวัล Regional Research Expo 2023 Award และกล่าวปิด
โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
นิทรรศการ Highlight แสดงอัตลักษณ์ของภูมิภาค : ภาคใต้
งานวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตรและ อาหารแนวใหม่
1. เปิดโลกชันโรง
2.การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่การใช้ประโยชน์ทรัพยากรปลากดหัวโม่งอย่างยั่งยืนและยกระดับผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์
3. สาหร่ายพวงองุ่น
4.สวนสมรมตามรอยพ่อบ้านเขาวัง
5.ธนาคารปูม้า คืนปูม้าสู่ทะเลไทย
ชื่อผลงาน
“ธนาคารปูม้า คืนปูม้าสู่ทะเลไทย ”
โดย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ
        โครงการธนาคารปูม้ามวล.-วช ดูแลในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี โดยมีศูนย์บริการวิชาการเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อน ลงไปสร้างศูนย์การเรียนรู้ธนาคารปูม้าเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะต่างๆในการทำธนาคารปูม้าให้กับชุมชน ซึ่งผลการดำเนินโครงการธนาคารปูม้าอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 3 ปี ทำให้จำนวนปูม้าในพื้นที่ดังกล่าวมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เคยจับปูม้าได้วันละประมาณ 5 กิโลกรัม ปัจจุบันพบว่ามีการจับปูม้าเพิ่มขึ้นกว่า 10-15 กิโลกรัม บางช่วงจับปูม้าได้มากถึงวันละ 40-60 กิโลกรัม สร้างรายได้ให้ชุมชนชาวประมงอย่างชัดเจน ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน “ปัจจุบันธนาคารปูม้า มวล.-วช. มีจำนวนกว่า 84 ธนาคาร ซึ่งนอกจากฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าให้สามารถใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนแล้ว ธนาคารปูม้า มวล.-วช.ยังสร้างอาชีพใหม่ๆ ในพื้นที่ ส่งเสริมให้ชาวบ้านมีอาชีพและสร้างรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเชิงวิถีประมง มีการบรรจุธนาคารปูม้าไว้ในเส้นทางการท่องเที่ยวของจังหวัด จัดกิจกรรมปล่อยปูสู่ทะเลไทยให้นักท่องเที่ยว ส่งเสริมและอบรมสร้างเชฟชุมชน ผลิตเมนูอาหารที่มีอัตลักษณ์จากปูม้า ตลอดจนสร้างจิตสำนึกและตระหนักในการฟื้นฟูทรัพยากรปูม้า ธนาคารปูม้าที่ดูแลโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีการจัดทำเครือข่ายเชื่อมโยงธนาคารปูม้าภายในจังหวัด สร้างเครือข่ายชุมชนประมงชายฝั่งและความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน และในปี 2565 ยังได้จัดทำแอพลิเคชัน Laykhon เพื่อช่วยชุมชนให้สามารถขายปูม้าและอาหารทะเลอื่นๆในพื้นที่ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่จะเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของชาวประมงในช่วงสถานการณ์โควิด ที่สำคัญธนาคารปูม้ายังเปรียบเสมือนตัวขับเคลื่อนตอบโจทย์ BCG ของรัฐบาลและ ดำเนินภารกิจด้านการพัฒนาแบบยั่งยืน Sustainable Development Goals (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 14 ตามกรอบขององค์การสหประชาชาติอีกด้วย
งานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานและวัสดุ
1. เทคโนโลยีไมโครเวฟเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
ชื่อผลงาน
“เทคโนโลยีไมโครเวฟเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร”
โดย
รองศาสตราจารย์ รศ.ดร.หมุดตอเล็บ หนิสอ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านวัสดุเชิงฟังก์ชันและนาโนเทคโนโลยี
        ทีมนักวิจัยได้ทำการวิจัยชิ้นนี้มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2556 ปัจจุบันถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถยกระดับการผลิตน้ำมันปาล์มดิบจากเกรดอาหารสัตว์ซึ่งมีค่า โดบี้ต่ำกว่า 1 มีปริมาณกรดไขมันอิสระสูงกว่า 10% เป็นน้ำมันปาล์มดิบเกรดเอและเกรดพรีเมี่ยม ซึ่งมีค่าโดบี้สูงกว่า 2.4 มีปริมาณกรดไขมันอิสระต่ำกว่า 2.8% และสามารถลดเวลาของการผลิตได้ 2 เท่า และเพิ่มกำลังการผลิตจากเดิมวันละ 2 ตัน เป็นวันละ 4 ตัน และปัจจุบันภาคีเครือข่ายการวิจัยได้แก่ โรงบีบปาล์มแสงอรุณปาล์มออยล์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ จะร่วมมือกันพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ เพื่อยกระดับการผลิตน้ำมันปาล์มดิบของโรงบีบปาล์มชุมชนในภาคใต้จากเกรดอาหารสัตว์เป็นเกรดอาหารเสริมสุขภาพและเวชสำอาง ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันและโรงบีบปาล์มชุมชน และจะทำให้สามารถแก้ปัญหาวิกฤตของราคาปาล์มตกต่ำอย่างยั่งยืนในอนาคต งานวิจัยแบบนี้ถือเป็นการวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่และใช้ได้จริง สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับสังคมฐานราก และถือเป็นงานวิจัยอีกระดับที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต ยกระดับการประกอบอาชีพของประชาชน สร้างรายได้ให้ประชาชน ตอบโจทย์ชุมชนสังคม
2.วิธีการอบและการใช้ประโยชน์ไม้ปาล์มน้ำมันในรูปแบบใหม่แบบครบวงจร
ชื่อผลงาน
“วิธีการอบและการใช้ประโยชน์ไม้ปาล์มน้ำมันในรูปแบบใหม่แบบครบวงจร”
โดย
รองศาสตราจารย์ ดร.นิรันดร มาแทน หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้และวัสดุชีวภาพ
        ปาล์มน้ำมันเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจของไทย มีพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่ในภาคใต้ซึ่งคิดเป็น 4% ของพื้นที่ปลูกทั่วโลก ในแต่ละปีประเทศไทยจะมีต้นปาล์มน้ำมันอายุมากที่ต้องกำจัดทิ้ง ในปริมาณมากสูงถึง 4 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าไม้แปรรูปอบแห้งเบื้องต้นประมาณ 30,000 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้ยังไม่นับรวมเศษต้นปาล์มน้ำมันอีกจำนวนมากที่เหลือทิ้งในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ด้วยวิธีการแปรรูปอบแห้งไม้ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในโรงงานอุตสาหกรรม ไม้ปาล์มน้ำมันจะเกิดความเสียหายเนื่องจากการยุบตัวอย่างรุนแรงในระหว่างการอบ โดยมีสัดส่วนการแปรรูปแค่ 20-30% เท่านั้น อีกทั้งใช้ระยะเวลาและพลังงานการอบที่สูงทำให้ไม่คุ้มทุน
        ตนพร้อมด้วยทีมนักวิจัยศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้ฯมวล. จึงได้ศึกษาวิธีการอบและการใช้ประโยชน์ไม้ปาล์มน้ำมันในรูปแบบใหม่แบบครบวงจร และได้ค้นพบกระบวนการ Pre-treatment ที่สามารถเปลี่ยนไม้ปาล์มน้ำมันซึ่งอบยากที่สุดในบรรดาไม้ทั้งหมดให้กลายเป็นไม้ที่อบได้ง่ายที่สุดได้ โดยที่คุณสมบัติต่างๆของไม้ไม่เสียไป ถือเป็นนวัตกรรมใหม่สามารถแก้ปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปีลงได้ เทคนิคนี้สามารถใช้ได้กับลำต้นไม้สายพันธุ์ปาล์มชนิดอื่นๆและสามารถผนวกเข้ากับกระบวนการผลิตไม้ยางพาราในโรงงานที่มีอยู่ทั่วไปในพื้นที่ โดยงานวิจัยดังกล่าวได้ยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาแล้วใน 3 ประเทศ คือ ประเทศไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย พร้อมทั้งมีการขยายผล ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากงานวิจัยให้กับบริษัท บุคคลผู้สนใจทั่วไป รวมถึงหน่วยงานสนับสนุนภาครัฐ เพื่อให้นำไปขยายผลให้เป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดของอุตสาหกรรมใหม่ จากเศษชีวมวลต้นปาล์มน้ำมันในวงกว้างต่อไป
        “สำหรับกระบวนการ Pre-treatment ประกอบด้วยการอัดน้ำเข้าไปในไม้ปาล์มน้ำมัน ต่อด้วยการแช่เยือกแข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -10 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้เกิดรอยแตกขนาดเล็กในระดับ 1 ในล้านของเมตรในโครงสร้างไม้ปาล์มน้ำมัน ส่งผลให้ปาล์มน้ำมันสามารถอบได้อย่างรวดเร็ว ด้วยกระบวนการอบที่รุนแรง สามารถอบไม้ที่มีความหนามากๆได้ สามารถทำกระบวนการ Heat-treatment ด้วยความร้อนตั้งแต่เริ่มต้นที่อุณหภูมิสูงมากถึง 200 องศาเซลเซียสได้”
งานวิจัยและนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยว บริการและการพัฒนาสังคม
1.ผ้าสีธรรมชาติตามอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช
งานวิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ
1.ผ้าสีธรรมชาติตามอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช